ชาวเกาะมินดาเนาที่อยู่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์มีมติเสียงข้างมากถล่มทลาย ในการลงประชามติเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เห็นด้วยกับการตั้งเขตปกครองตนเองแห่งใหม่ในชื่อ “เขตปกครองตนเองบังซาโมโร”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติของฟิลิปปินส์ประกาศผลของการลงประชามติเกี่ยวกับร่างกฎหมาย “องค์ประกอบบังซาโมโร” ( Bangsamoro Organic Law ) หรือ “บีโอแอล” ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเป็นคำถามเกี่ยวกับการกำหนดอาณาเขตส่วนหนึ่งของเกาะมินดาเนาให้มีเป็น “เขตปกครองตนเองบังซาโมโร” ว่าคะแนนเสียงสนับสนุนอยู่ที่ 1,540,017 เสียง และคัดค้าน 198,750 เสียง
 
อย่างไรก็ตาม เมืองอีซาเบลาของจังหวัดบาซีลันจะไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองแห่งใหม่นี้ เนื่องจากเสียงส่วนใหญ่คัดค้าน แต่จังหวัดโคตาบาโตซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านไม่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองมินดาเนา จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองบังซาโมโรด้วย หลังเสียงส่วนใหญ่สนับสนุน

ด้านนายมูราด อิบราฮิม ประธานฝ่ายการเมืองของแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ( เอ็มไอแอลเอฟ ) แสดงความยินดีต่อผลการลงประชามติ ที่แม้ยังไม่ถือว่าเป็นผลอย่างเป็นทางการได้ 100% จากการที่สถานการณ์ความไม่สงบและความไม่พร้อมเองของบางเขตเลือกตั้ง ทำให้ต้องเลื่อนการลงประชามติสำหรับเมืองกลุ่มนี้ออกไปเป็นวันที่ 6 ก.พ. แต่อิบราฮิมเชื่อว่าจะไม่มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของผลคะแนนในภาพรวม และกองกำลังของเอ็มไอแอลเอฟวางอาวุธแล้ว 1 ใน 3 จากทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 30,000 คน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ซึ่งเป็นชาวเกาะมินดาเนาแต่กำเนิด สนับสนุนแนวคิดการสถาปนาเขตปกครองตนเองบังซาโมโรอยู่แล้ว เพื่อหวังว่าจะช่วยยุติการสู้รบที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ทศวรรษ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 120,000 คน โดยดูเตร์เตผลักดันให้สภาคองเกรสลงมติรับรองร่างกฎหมายฉบับนี้ได้สำเร็จเมื่อปีที่แล้ว หลังรัฐบาลหลายชุดก่อนหน้าใช้เวลาเจรจากับเอ็มไอแอลเอฟนานถึง 10 ปี จนลงนามกันได้เมื่อปี 2557 ขณะที่เอ็มไอแอลเอฟได้รับการยอมรับจากประชาชนมากขึ้น เมื่อเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญร่วมกับกองทัพฟิลิปปินส์ ต่อสู้ขับไล่กองกำลังฝักใฝ่กลุ่มไอเอส ให้ออกจากเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา เมื่อช่วงกลางปี 2560

สำหรับกระบวนการขั้นแรกในการกระจายอำนาจให้แก่เขตปกครองตนเองบังซาโมโรตามกฎหมายใหม่ รวมถึงการที่รัฐบาลกลางในกรุงมะนิลาจะจัดตั้งกองทุนพัฒนาบังซาโมโรในวงเงิน 950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 30,400 ล้านบาท ) ภายในระยะเวลา 10 ปี โดยภายใน 5 ปีนี้สถานะของเขตปกครองตนเองบังซาโมโรจะได้รับการยอมรับ และรัฐบาลกลางจะยังเป็นผู้ดูแลด้านความมั่นคงในพื้นที่ จนกว่าคณะผู้บริหารเขตปกครองตนเองแห่งใหม่จะมีระบบจัดการเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

News Reporter